แผนที่จังหวัดตรัง
ประวัติกติกา กีฬา
 
   
 


ประวัติจังหวัดตรัง

๗.  เมืองตรังสมัยการปกครองหัวเมืองฝั่งตะวันตกและมณฑลภูเก็ต
     สมัยต้นรัชกาลที่ ๕ มีเหตุการณ์กรรมกรจีนก่อความไม่สงบในหัวเมืองฝั่งตะวันตกอยู่เนือง ๆ ประกอบกับหัวเมืองเหล่านี้มีผลประโยชน์มาก แต่เก็บภาษีได้ไม่เต็มที่ รัฐบาลจึงตั้งข้าหลวงมาประจำกำกับราชการและจัดเก็บภาษีอากร เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๘ ข้าหลวงคนแรกคือเจ้าหมื่นเสมอใจราช (ชื่น บุนนาค ต่อมาได้เป็นพระยามนตรีสุริยวงศ์) เมื่อกรรมกรจีนก่อเหตุจราจลครั้งใหญ่ในภูเก็ต พ.ศ.๒๔๑๙ ต้องใช้กองกำลังจากกรุงเทพฯ และเมืองใกล้เคียงมาช่วยปราบปราม จากเหตุการณ์จราจล ทำให้จำเป็นต้องมีเมืองศูนย์กลางของข้าหลวงใหญ่อีกแห่งหนึ่ง หากมีปัญหาจะได้ระดมกำลังจากหัวเมืองต่าง ๆ ไปช่วยได้ทันท่วงที เมืองตรังซึ่งเดิมขึ้นกับนครฯ จึงถูกจัดให้เป็นศูนย์กลางกำกับราชการของข้าหลวงฝ่ายตะวันตกแต่นั้นมา
     พ.ศ.๒๔๒๑ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) อดีตผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ออกมาตรวจราชการหัวเมืองฝั่งตะวันตก เห็นสภาพเมืองตรังเหมาะแก่การเพาะปลูกและค้าขาย จึงคิดปรับปรุงเมืองตรังให้เจริญรุ่งเรือง จะได้เป็นเกียรติประวัติแก่ชีวิตและวงศ์ตระกูลสืบไป รัชกาลที่ ๕ ก็มิได้ขัดขวางประการใด
     การสร้างเมืองครั้งนี้ มีผลต่อระบบการปกครองเมืองตรังโดยตรง เพราะเมืองตรังพ้นจากการกำกับของนครฯ ไปขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ มีการกำหนดเขตแดน และแยกเก็บภาษีอากรเป็นของตรังโดยเฉพาะ ในระยะแรกสมเด็จเจ้าพระยาฯ เน้นการก่อสร้างสถานที่ราชการ โดยเฉพาะตึกศาลารัฐบาลหรือ Government House ที่มีขนาดใหญ่โตมาก (ปัจจุบันยังมีซากอิฐเหลืออยู่) ทำให้เงินภาษีอากรที่ได้รับไม่เพียงพอ ต้องยืมจากหัวเมืองใกล้เคียงมาสมทบ ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยาฯ จึงวางแนวทางส่งเสริมเมืองตรังให้เป็นเมืองท่าค้าขายขึ้นก่อน เพื่อจะได้ทุนสำรองไว้ใช้จ่าย โดยให้พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง ณ ระนอง) ผู้ว่าราชการเมืองระนอง มารักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองตรังอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่ยังทำการได้ไม่ทันเป็นผล สมเด็จเจ้าพระยาก็ถึงแก่พิราลัยเสียก่อนใน พ.ศ. ๒๔๒๕
     การส่งเสริมเมืองตรังให้เป็นเมืองท่าค้าขาย มีหลักฐานบอกเล่าว่า พระยารัตนเศรษฐีส่งเสริมการปลูกอ้อยและทำโรงงานน้ำตาลทรายแดงเพื่อส่งขายมลายู มีร่องรอยโรงงานและลูกโม่หีบอ้อยที่หมู่บ้านจุปะ ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง (ลูกโม่หีบอ้อยจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎาฯ) ที่ตำบลลำภูราก็มี แสดงว่าโรงงานทำน้ำตาลมีหลายแห่ง การส่งเสริมสินค้าออกคงจะมีหลายชนิด แต่เนื่องจากพระยารัตนเศรษฐีถนัดในเรื่องเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งที่เมืองตรังไม่ได้มีปริมาณมากเหมือนที่ระนอง รวมทั้งต้องรับผิดชอบราชการถึง ๒ เมือง ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ จึงลากลับไปประจำเมืองระนองแห่งเดียวใน พ.ศ.๒๔๒๘ เมืองกลับมาอยู่ในกำกับของข้าหลวงหัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตกอีก ๒ สมัย จนถึง พ.ศ.๒๔๓๑ พระยาตรังภูมาภิบาล (เอี่ยม ณ นคร) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการเมืองตรัง
     พ.ศ.๒๔๓๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จฯ ประพาสหัวเมืองรอบแหลมมลายู และเสด็จฯ เมืองตรังด้วย ทรงเห็นว่าเมืองตรังทรุดโทรมมาก ต่อมาจึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระอัษฎงคตทิศรักษา (คอมซิมบี๊ ณ ระนอง) ผู้ว่าราชการเมืองกระมาเป็นผู้ว่าราชการเมืองตรัง ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี


ที่มา : ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
น.ส.สุนทรี สังข์อยุทธ์ หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง เรียบเรียง

 

 
การกีฬาแห่งประเทศไทย Toyota Toyota Toyota มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
การกีฬาแห่งประเทศไทย Toyota Toyota Toyota มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
ผู้สนับสนุนการประมวลผล สำนักวิทยบริการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ SVOA IPTV DMI บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) AF System and Network Book Promotion & Service CS Loginfo CS Loginfo

Copy Right © 2009 Suan Dusit Rajabhat University. All reserved. Power By Office of Academic Resources and Information Technology.