
ประวัติจังหวัดตรัง
๘.
เมืองตรังสมัยตั้งเมืองที่กันตัง
เมื่อพระยารัษฎาฯ
มารับตำแหน่ง พ.ศ.๒๔๓๓ ได้ดำเนินการพัฒนาเมืองตรังทุกด้าน
โดยมีจุดมุ่งหมายจะทำให้เป็นเมืองค้าขาย
เริ่มจากการย้ายเมืองจากตำบลควนธานีไปตั้งที่ตำบลกันตัง
และสร้างความเจริญแก่เมืองตรังอย่างมาก
การพัฒนาในสมัยพระยารัษฎาฯ
ที่จะนำไปสู่ความเป็นเมืองท่าค้าขายมีอยู่หลายด้าน
เริ่มจากการแก้ปัญหาความไม่สงบเรื่องโจรผู้ร้าย
และส่งเสริมอาชีพพื้นฐานคือการเกษตร
เริ่มต้นจากเกษตรยังชีพในครัวเรือน และขยายเป็นเกษตรเพื่อการค้า
โดยใช้กุศโลบายต่าง ๆ และระบบกลไกของรัฐ เช่น
การยกเว้นเก็บภาษีอากรและเกณฑ์แรงงานแก่ผู้บุกเบิกทำนา
จนสามารถส่งข้าวขายปีนังได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้
ชาวเมืองตรังอดข้าว ต้องซื้อจากปีนังอยู่เสมอ
การสร้างถนนและสะพานก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าในท้องถิ่น
และส่งขายต่างประเทศทางท่าเรือกันตัง พระยารัษฎาฯ
ส่งเสริมบริษัทตัวแทนซื้อขายสินค้าที่ท่าเรือกันตัง
สินค้าสำคัญในสมัยนั้น ได้แก่ เป็ด ไก่ สุกร โค กระบือ พริกไทย
ข้าว ตับจาก ไม้เคี่ยม ไม้โปรง เป็นต้น การพัฒนาของพระยารัษฎาฯ
สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในส่วนกลาง ที่รัชกาลที่ ๕
ทรงปฏิรูประบบราชการ
และนำพาชาติเข้าสู่การพัฒนาให้เทียบทันอารยประเทศ
การก่อสร้างทางรถไฟสายใต้
ที่กำหนดให้มีทางแยกจากทุ่งสงมุ่งสู่ท่าเรือกันตัง
เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๕๔ ส่วนในสายแยกตั้งแต่ทุ่งสงถึงกันตัง
เปิดการโดยสารระหว่างกันตัง - ห้วยยอด วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๕๖
และต่อมา เปิดการโดยสารระหว่างห้วยยอดกับทุ่งสง ในวันที่ ๑
มกราคม ๒๔๕๖ (นับปีแบบเก่า ขึ้นศักราชใหม่เดือนเมษายน
เดือนมกราคม เป็นเดือนที่ ๑๐ ของปี)
เส้นทางรถไฟนี้ส่งเสริมนโยบายเมืองท่าค้าขายของพระยารัษฎาฯ
ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พระยารัษฎาฯ ยังได้มองการณ์ไกล
ที่จะทำให้กันตังเป็นท่าเรือค้ากับต่างประเทศได้เต็มศักยภาพ
โดยเสนอทางรัฐบาลจัดสร้างท่าเรือน้ำลึก
แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน
ใน พ.ศ.๒๔๓๕
ซึ่งเป็นปีที่สถาปนากระทรวงมหาดไทย
และเริ่มการปกครองระบบมณฑลขึ้นเป็นครั้งแรก
หัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตกเดิมเปลี่ยนเป็นมณฑลภูเก็ต
เมืองตรังเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลภูเก็ต
พ.ศ.๒๔๓๔
ทางการได้ยุบเมืองปะเหลียนรวมกับเมืองตรัง
ต่อมามีประกาศข้อบังคับลักษณะการปกครองท้องที่ ร.ศ.๑๑๕
(พ.ศ.๒๔๓๙) แบ่งท้องที่การปกครองเป็นอำเภอ จังหวัดตรังมี ๕ อำเภอ
ได้แก่ อำเภอเมือง (กันตัง) อำเภอบางรัก อำเภอเขาขาว(ห้วยยอด)
อำเภอสิเกา และอำเภอปะเหลียน มีตำบลรวม ๑๐๙ ตำบล
พ.ศ.๒๔๔๔
พระยารัษฎาฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต
มีผู้ว่าราชการเมืองตรังต่อจากพระยารัษฎาฯ ๕ คน พอถึง พ.ศ.๒๔๕๘
สมัยที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (สิน เทพหัสดินฯ)
เป็นผู้ว่าราชการเมือง มหาอำมาตย์โท พระยาสุรินทรราชา
(ม.ร.ว.สิทธิ์ สุทัศน์ฯ) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต
เห็นว่าเมืองที่กันตังอยู่ในทำเลไม่เหมาะสม
เนื่องจากตอนสงครามโลกครั้งที่ ๑
เรือดำน้ำของเยอรมันชื่อเอ็มเด็น ได้ลอยลำยิงถล่มปีนัง
หากมีสงครามเกิดขึ้นอีก เมืองตรังอาจจะถูกยิงเช่นปีนัง
รวมทั้งพื้นที่ลุ่ม และมีโรคระบาด
หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เสด็จฯ เมืองตรัง พ.ศ.๒๔๕๘
แล้ว
จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตย้ายเมืองไปตั้งที่อำเภอบางรัก
และได้ย้ายไปเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๕๘
ที่มา :
ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
น.ส.สุนทรี สังข์อยุทธ์
หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง
เรียบเรียง
|